เชลล์ตัดเงินปันผลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ WW2

Royal Dutch Shell ได้ลดการจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองหลังจากความต้องการใช้น้ำมันของโลกลดลงอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานก็หยุดการซื้อหุ้นคืนในคราวต่อไป ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากมีการประกาศว่ากำไรสุทธิในไตรมาสแรกลดลง 46% สู่ 2.9 พันล้านดอลลาร์ (2.3 พันล้านปอนด์)

หัวหน้าผู้บริหารเบ็นแวน Beurden เตือนว่า “ความเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่องในแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค”

เขากล่าวว่าเชลล์กำลังดำเนินการ “ขั้นตอนที่รอบคอบเพื่อเสริมความยืดหยุ่นของเรา” และ “หนุนความแข็งแกร่งของงบดุลของเรา”

เชลล์กำลังตัดเงินปันผลประจำไตรมาสโดยสองในสามจาก 47 เซนต์เป็น 16 เซนต์โดยเริ่มในไตรมาสแรกของปีนี้

บริษัท กล่าวว่า บริษัท ได้ลดกิจกรรมการกลั่นลงถึง 40% เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

David Barclay ผู้จัดการการลงทุนอาวุโสของ Brewin Dolphin กล่าวว่า: “การตัดสินใจของ Royal Dutch Shell ในการลดการจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นของ Covid-19

“มีการเก็งกำไรอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งที่ บริษัท พลังงานจะนำไปสู่ผลลัพธ์เหล่านี้และตลาดได้รับข่าวร้าย

ผู้ถือหุ้นบางรายอาจมองว่าการตัดเงินปันผลและการยกเลิกการซื้อคืนหุ้นเป็นปัจจัยลบในระยะสั้นอย่างไรก็ตามการมองไปข้างหน้าต่อไปอาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง ฐานะทางการเงินและลดต้นทุนในช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก “

Pneumatic conveying ลดเวลาที่สูญเสียขณะลำเลียงวัสดุ

เทคโนโลยีการลำเลียงขนถ่ายด้วยลม หรือ Pneumatic conveying systems เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลำเลียงวัสดุชนิด ผง และเมล็ด (Power & Granular) แบบแห้งที่สามารถไหลตัวได้ง่าย และไม่เปราะบางแตกหักได้ง่าย ซึ่งเป็นการลำเลียงขนส่งแบบ Bulk Handling ที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเทคโนโลยีการลำเลียงประเภทนี้ได้รับการพัฒนาให้สามารถลำเลียงขนส่งวัสดุชนิด ผง และเมล็ดแห้งผ่านท่อลำเลียงไปยังพื้นที่โรงงานเป็นระยะทางไกล ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องแรงงานการลำเลียงและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุวัสดุ ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการทำความสะอาดในการลำเลีย เพราะเป็นระบบปิด Pneumatic conveying สามารถควบคุมการฟุ้งกระจายของวัสดุ ช่วยลดการปนเปื้อนขณะลำเลียง และใช้พื้นที่ในการติดตั้งไม่มาก แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งตอนเริ่มแรกและสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับการลำเลียงประเภทอื่น มีระยะทางในการขนส่งวัสดุค่อนข้างจำกัดในบางประเภท ปริมาณในการขนถ่ายวัสดุค่อนข้างจำกัด และลำเลียงได้เพียงทิศทางเดียว

Pneumatic conveying

เทคโนโลยีการลำเลียงแบบ นิวเมติก สามารถรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารได้หลายประเภท ซึ่งมีความคล่องตัวสูงสามารออกแบบให้รองรับความต้องการได้ โดยขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุที่ต้องการลำเลียง ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบการไหลแบบหนาแน่น (DENSE PHASE) และ ระบบการไหลแบบเบาบาง (DILUTE PHASE) ซึ่งมีแนวทางการทำงานดังนี้

1. Dense Phase Conveying Systems

การลำเลียงวัสดุชนิดผง เมล็ด ที่ได้รับการออกแบบให้ลำเลียงวัสดุเป็นกลุ่มก้อนภายใต้หลัก Positive Pressure โดยวัสดุถูกป้อนเข้าระบบ แล้วจะไหลผ่านท่อลำเลียงไปเก็บไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือถังเก็บ ซึ่งจะสามารถลำเลียงวัสดุได้ปริมาณมากต่อครั้ง แต่จะลำเลียงด้วยความเร็วน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุที่ต้องการลำเลียง

2. Dilute Phase Conveying Systems

การลำเลียงวัสดุชนิดผง เมล็ด ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้ปริมาณลมมาก และต้องใช้ความเร็วสูง แต่ปริมาณของสารที่ลำเลียงได้มีปริมาณน้อยต่อครั้ง ทั้งนี้เพราะความหนาแน่นของสารในท่อลำเลียงมีเบาบาง ซึ่งทั้งสองระบบดังกล่าวนี้ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการลำเลียงได้